Showing all 7 results

รถเก๋งเเฮทช์เเบ็ก ฮอนด้า แจ๊สมือสอง (Honda Jazz)

เพชรยนต์ศูนย์จำหน่ายรถยนต์มือสอง รถเก๋งซีดาน รถเก๋งเเฮทช์เเบ็ก ฮอนด้า แจ๊สมือสอง เเจ๊ซมือสอง Honda Jazz มือสอง เรามีรถให้คุณเลือกมากกว่า 350 คัน ทุกคันเป็นรถคัดคุณภาพเกรด A มีไฟเเนนซ์ให้เลือกหลายธนาคาร ไม่ต้องใช้เงินออกรถ รับเทิร์นรถทุกรุ่น ทุกยี่ห้อสามารถสอบถามประเมินราคาก่อนได้ ยินดีให้คำปรึกษาทุกปัญหาการออกรถ เป็นต้น

ซื้อ รถเก๋งเเฮทช์เเบ็ก ฮอนด้า แจ๊สมือสอง คุณภาพคัดเกรด A+ ต้องที่เพชรยนต์


บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัวเจ้า Honda Jazz ฮอนด้า แจ๊ซ ครั้งแรกให้ยลโฉมเมื่อประมาณเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2544 หรือ 20 ปีที่แล้วนั่นเอง โดยแต่ละประเทศที่ได้เปิดตัวไปนั้นจะใช้ชื่อคนละชื่อแตกต่างกันไปคือ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน ประเทศแถบทวีปอเมริกาเหนือและใต้ จะเรียกว่า ฮอนด้า ฟิต (Honda FIT) ส่วนประเทศในเอเชีย ออสเตรเลีย โอเชียเนีย ตะวันออกกลาง แอฟริกา และประเทศไทย จะเรียกกันว่า ฮอนด้า แจ๊ซ (Honda Jazz) ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน Honda Jazz มีทั้งหมด 4 Generation แล้วแต่ยังคงความเป็นรถแบบแฮทช์แบ็กทุกรุ่น

Honda Jazz เป็นรถเก๋งตระกูล B-Segment ตัวถังแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ขนาดเครื่องยนต์ 1.5 i-DSI และ 1.5 VTEC 1,497 ซีซี พละกำลังสูงสุด 117 แรงม้า มีจำหน่ายทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด รองรับน้ำมัน E85 ความจุถังน้ำมันสุงถึง 40 ลิตร ฮอนด้า แจ๊ซ ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากเพราะภายในระยะเวลา 6 ปี เจ้า ฮอนด้าแจ๊ส มียอดขายมากถึง 2 ล้านคัน เฉลี่ยสูงถึงเดือนละเกือบ 3 หมื่นคัน และยังมียอดขายรวมทั่วโลกสูงถึง 5.2 ล้านคัน เรียกได้ว่ายอดนิยมของโลกเลยทีเดียว

สำหรับ Generation ที่ 1 โฉมแรกของเจ้า Honda Jazz เริ่มจำหน่ายเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2546 ซึ่งช้ากว่าประเทศอื่นถึง 2 ปี เปิดตลาดยานยนต์มาด้วยรูปแบบของตัวถัง Hatchback 5 ประตู ขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี มีจำหน่ายทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด สำหรับแจ๊ซโฉมนี้ในบางประเทศจะมีจำหน่ายรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่สำหรับประเทศไทยยังไม่มีจำหน่ายนะคะ ราคาจำหน่ายในประเทศไทยจะอยู่ที่ 542,000 – 644,000 บาท ภายในระยะเวลา 2 เดือนเจ้าฮอนด้าแจ๊ซทำยอดจองได้ถึง 10,000 คัน นับได้ว่าเป็นรถยนต์ที่ตีตลาดยนต์ได้น่าตื่นตกใจมากเลยทีเดียว

ข้อมูลทางเทคนิคของ Honda Jazz 2003

ขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี วาล์ว i-DSi พละกำลังสูงสุด 88 แรงม้า 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 13.4 ที่ 2,700 รอบ/ต่อนาที มีจำหน่ายทั้งเกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 7 สปีด ตัวรถมีความยาว 3,830 มิลลิเมตร กว้างประมาณ 1,675 มิลลิเมตร สูง 1,525 มิลลิเมตร ระยะซานล้อ 2,450 มิลลิเมตร น้ำหนักตัวรถประมาณ 1,045 – 1,070 กิโลกรัม

ดีไซน์ภายนอก

รูปลักษณ์ของรุ่นนี้จะค่อนข้างเล็กกะทัดรัด เป็นรถประเภทแฮทช์แบ็ก 5 ประตู สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ 7 สปีดบริเวณพวงมาลัย มีสีให้เลือกมากถึง 10 สีด้วยกัน ได้แก่ Silver Stone Metallic, Desert Mist Metallic, Helios Yellow Pearl, Vivid Blue Pearl, Taffeta White,Satin Silver Metallic, Night Hawk Black, Rallye Red, Lris Red, Ice Blue Met, Satellite Silver M.

ต่อมาในปี 2551 บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดตัว Honda Jazz Generation ที่ 2 ออกสู่ตลาดยานยนต์ในประเทศไทย ด้วยโฉม Minorchange โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี มีเครื่องยนต์ 2 แบบคือ i-DSi และเครื่องยนต์ VETC โฉมเจเนอเรชั่นที่ 2 จะมีทั้งหมด 3 รุ่นย่อยได้แก่ S, V และ SV สำหรับโฉมนี้จะมีสีเหลือง Helios Yellow Pearl เป็นสี Premium สำหรับรุ่นนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ให้ดูโฉมเฉี่ยว และสปอร์ตยิ่งขึ้น สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 2 นี้จะพิเศษกว่าโฉมเจเนอเรชั่นที่ 1 คือสามารถรองรับเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20 ได้และปรับระบบชุดเกียร์ใหม่แบบอัตโนมัติ 5 สปีดแทนของเดิมที่เป็นเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT 7 สปีด ระบบเกียร์ชุดใหม่นี้จะมีพิเศษเฉพาะรุ่นที่จำหน่ายในเมืองไทยเท่านั้น สำหรับราคาจำหน่ายรุ่นนี้จะอยู่ที่ 555,000 – 695,000 บาท แต่สำหรับสีเหลือง Helios Yellow Pearl จะต้องเพิ่มเงิน 10,000 บาท

ข้อมูลทางเทคนิค Honda Jazz 2008

ขนาดเครื่องยนต์ยังคงเท่าเดิมที่ 1.5 ลิตร 1,498 ซีซี พละกำลังสูงสุด 100 แรงม้า ความยาวของตัวรถ 3,900 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,695 มิลลิเมตร สูง 1,550 มิลลิเมตร ระยะฐาน 2,500 มิลลิเมตร

ดีไซน์ภายนอก

สำหรับรุ่น S และ V จะใช้ชุดเปลือกกันชนหน้า และกระจังหน้าแบบมาตรฐาน รุ่น S จะได้ฝาครอบล้อเหมือนเวอร์ชั่นญี่ปุ่น ส่วนหรับรุ่น V จะได้เป็นล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว 5 ก้าน สำหรับรุ่นตัวท็อปสุดรุ่น SV จะได้เป็นชุดเปลือกพร้อมกันชน กระจังหน้าลวดลายใหม่เป็นลายรังผึ้ง ตกแต่งด้วยโครเมียม มีสเกิร์ต สปอยเลอร์ใส่เพิ่มมาให้ พร้อมทั้งไฟเลี้ยวกระจกมองข้าง และล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว ลายเดียวกันกับรุ่น RS (Road Sailing) ของประเทศญี่ปุ่น

ดีไซน์ภายใน

เบาะผู้โดยสารจะเป็นเบาะผ้า ออกแบบด้วยโทนสีดำ เบาะผู้โดยสารจะมีที่วางพักแขนสามารถพับเก็บได้ เข็มขัดนิรภัยเป็นแบบ ELR 3 จุดบริเวณฝั่งซ้ายและฝั่งขวา และอีก 2 จุดบริเวณเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหลัง สำหรับห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีขนาด 384 ลิตร แต่ถ้าพับเบาะลงจะมีขนาด 427 ลิตร สามารถเก็บของได้เยอะจุใจเลยทีเดียว

ประมาณปี พ.ศ. 2554 ทางบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้มีการปรับโฉม ฮอนด้า แจ๊ส เล็กน้อย และปี พ.ศ. 2555 ก็ได้เปิดตัว ฮอนด้า แจ๊ซ ไฮบริด (Honda Jazz Hybrid) นับว่าเป็นมิติใหม่ของรถเก๋งแฮทช์แบ็ก 5 ประตูเครื่องยนต์เชื้อเพลิงและพลังมอเตอร์ไฟฟ้าไฮบริด แบบ Full Modelchange เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดดล้อม Eco Assist ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 768,000 บาท (สำหรับสีขาวบริลเลียนท์ เพิ่ม 10,000 บาท)

จุดเด่นของรุ่นนี้คือ เครื่องยนต์ที่ประหยัดพลังงาน ผสานการทำงานระหว่างเชื้อเพลิง และมอเตอร์ไฟฟ้าแบบไฮบริด ลดการปล่อยไอเสียสู่ชั้นบรรยากาศ พร้อมทั้งเครื่องยนต์ขนาดใหม่ 1.3 ลิตร i-VTEC พละกำลังสูงสุด 88 แรงม้า พร้อมปุ่ม Eco Mode ที่จะช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองลง มากับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT คุ้มสุดกับการรับประกันมากถึง 5 ปีและไม่จำกัดระยะทาง

สิ่งอำนวยความสะดวก

ระบบแอร์ปรับอากาศอัตโนมัติ, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นสามารถปรับลดเสียงบริเวณพวงมาลัยได้, ช่องเสียบเชื่อมต่อ USB และช่องเสียบเชื่อมต่อ AUX, มาตรวัดเรืองแสง, ระบบหน้าจอแสดงข้อมูลที่หลากหลาย, ฟังก์ชั่น MID, ระบบช่วยควบคุมเครื่องยนต์ในการใช้พลังงานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด, ระบบแสดงผลการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน, หน้าจอแสดงคะแนนของระบบช่วยการขับขี่แบบประหยัดน้ำมันสูงสุด

สำหรับปี พ.ศ. 2555 ยังไม่เพียงแต่เปิดตัว Honda Jazz Hybrid ทางบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้เปิดตัว Honda Jazz 2012 ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งบริเวณด้านหน้าและด้านหลัง แต่ยังคงขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเช่นเดิม พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด มีทั้งหมด 4 รุ่นย่อยด้วยกันคือ

  • รุ่น S เกียร์ Manual ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 590,000 บาท
  • รุ่น S เกียร์ Auto ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 630,000 บาท
  • รุ่น V เกียร์ Auto ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 660,000 บาท
  • รุ่น SV เกียร์ Auto ราคาจำหน่ายอยู่ที่ 715,000 บาท

ดีไซน์ภายนอก

ออกแบบไฟหน้าด้วยดีไซน์ใหม่, กระจังหน้าเพิ่มความสปอร์ต, ไฟตัดหมอกบริเวณคู่หน้า, ระบบไฟเบรก 3 ดวงแบบ LED, ออกแบบบดีไซน์ไฟท้าย LED แบบใหม่, กันชนออกแบบใหม่แบบสปอร์ต พร้อมสัญญาณกะระยะกันชนหลัง 4 จุด

ดีไซน์ภายใน

พวงมาลัยเป็นพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น สามารถปรับลด-เพิ่มเสียงบนพวงมาลัยได้, ช่องเสียบเชื่อมต่อ USB, ระบบเครื่องเสียงแบบโมดูล, ช่องเสียบสำหรับจ่ายไฟสำรอง, เบาะนั่งผู้โดยสารออกแบบแนวสปอร์ต แต่ยังคงความสบาย ผ่อนคลายทุกการเดินทาง ผ่านมาได้เพียง 2 ปีทางบริษัทฮอนด้าก็ได้ปรับโฉม ฮอนด้า แจ๊ซ แบบ Full Modelchang ออกมาจำหน่ายอีกครั้งก่อนที่จะมีการเปลี่ยนโฉมเจ้าฮอนด้าแจ๊ส Generation ที่ 3 ออกมาจำหน่าย

ฮอนด้า แจ๊ซ Generation ที่ 3 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อประมาณช่วงปลางปี พ.ศ. 2560 มีการเปลี่ยนแปลงไปเพียงเล็กน้อย เป็นการปรับโฉมแบบ Minor Changed ที่เน้นรูปลักษณ์ที่สปอร์ตทันสมัย โดยมีการออกแบบกระจังหน้า, กันชนหลังใหม่ และกันชนหลังใหม่ และจะมีการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่เป็นรุ่น RS และ RS+ ทั้ง 2 รุ่นย่อยนี้จะเข้ามาแทนที่รุ่น SV และ SV+ นั่นเอง สำหรับHonda Jazz ปี 2017 นี้ก็ยังมาพร้อมระบบ Eco Coaching และปุ่ม ECON เช่นเดียวกับ Honda Jazz รุ่นปี 2014 อีกด้วย

รุ่นย่อยของ Honda Jazz ปี 2017 จะมีทั้งหมด 6 รุ่นได้แก่

  • Honda Jazz RS+ (รุ่นท๊อปสุด) ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 754,000 บาท
  • Honda Jazz RS (รุ่นรองท๊อป) ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 739,000 บาท
  • Honda Jazz V+ ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 694,000 บาท
  • Honda Jazz V ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 654,000 บาท
  • Honda Jazz S CVT ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 594,000 บาท
  • Honda Jazz S MT ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 555,000 บาท

และมีสีให้เลือกมากมายถึง 6 สีด้วยกันได้แก่

  1. สีส้มฟีนิกซ์ (มุก) ต้องเพิ่มเงิน10,000 บาท มีเฉพาะในรุ่น RS และ RS+ เท่านั้น
  2. สีขาวออร์คิด (มุก) ต้องเพิ่มเงิน10,000 บาท มีเฉพาะในรุ่น RS และ RS+ เท่านั้น
  3. ดำคริสตัล (มุก) ต้องเพิ่มเงิน10,000 บาท มีเฉพาะในรุ่น RS และ RS+ เท่านั้น
  4. สีขาวทาฟเฟต้า มีเฉพาะในรุ่น S, V และ V+ เท่านั้น
  5. สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก)
  6. สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

Honda Fit Basic 2020

Honda Fit Home 2020

Honda Fit Crosstar 2020

Honda Fit LUXE 2020

Honda Fit Ness 2020

Generation ที่ 4 สำหรับโฉมนี้ผลิต และจำหน่ายครั้งแรกที่ประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2562 ในงาน Tokyo Motor Show 2019 โดยเปิดตัวภายใต้ชื่อ All New Honda Fit ที่มาพร้อม 5 รุ่นย่อยให้เลือกจับจองได้แก่รุ่น Basic, Home, Crosstar, Luxe และ Ness ลักษณะเครื่องยนต์จะเป็นเครื่องยนต์ Hybird ผสานพลังการขับเคลื่อนระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์วขนาด 1.5 ลิตรกับมอเตอร์ไฟฟ้า i-MMD และอีก 1 รุ่นจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร VTEC Turbo พละกำลังสูงสุด 120 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 200 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที มาพร้อมระบบเกียร์ 2 ระบบคือ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ CVT

จุดเด่น Honda Jazz

  1. ราคาดีสามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้ทุกช่วงวัย ทุกระดับ
  2. เครื่องยนต์แรงที่สุดในกลุ่มรถประเภท Hatchback 5 ประตู
  3. ห้องโดยสารภายใน และห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีความกว้างขวาง โล่งโปร่งสบายกว่ารถยนต์ประเภท Hatchback ยี่ห้ออื่น
  4. อัตราการสิ้นเปลืองพลังงานเชื้อเพลิงค่อยน้อย ประหยัดน้ำมันมากเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15-16 กิโลเมตร/ลิตร และยังรองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20 อีกด้วย
  5. การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกค่อยข้างสวย ทันสมัย ถึงแม้จะมีจำหน่ายมาเป็นเวลาหลายปีแล้วก็ยังดูไม่ตกยุค

ขั้นตอนดูแลรักษารถ Honda Jazz เบื้องต้น ให้รถสภาพดีพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

  1. หมั่นตรวจเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำ อาทิตย์ละ 1 ครั้ง
  2. ตรวจเช็กแบตเตอรี่ว่ามาสภาพพร้อมใช่งานหรือไม่ และหมั่นเติมน้ำกลั่นให้อยู่ในระดับที่พอดี
  3. หมั่นตรวจเช็กไส้กรองแอร์ และน้ำยาแอร์อย่างสม่ำเสมอ ไส้กรองควรเปลี่ยนทุกระยะ 20,000 กิโลเมตร อย่าปล่อยให้แอร์ไม่เย็นแล้วค่อยตรวจเช็ก
  4. ตรวจเช็กน้ำฉีดกระจก อาทิตย์ละ 1 ครั้ง และควรหมั่นเติมน้ำผสมน้ำยาทำความสะอาดกระจกให้อยู่ในระดับที่พอดีให้พร้อมใช่งานอยู่เสมอ (การผสมน้ำยาทำความสะอาดกระจกเพิ่มลงไปเพื่อให้กระจกสะอาดและดูใสมากยิ่งขึ้น)
  5. หมั่นตรวจเช็กลมยาง อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
  6. หมั่นล้างรถ และดูดฝุ่นในห้องโดยสารสัปดาห์ละ 1 ครั้ง
  7. พยายามจอดรถไว้ในที่ร่มเพื่อป้องกันความเสียหายของบริเวณคอนโซลหน้าของตัวรถ
  8. พยายามเลี่ยงการนำอาหารเข้าไปทานในรถ เพื่อป้องกันปัญหากลิ่นไม่พึงประสงค์ในห้องโดยสาร
  9. หมั่นตรวจเช็กน้ำมันเครื่องว่าน้ำมันมีสีดำเกินไปหรือไม่ หรือจะทำการเปลี่ยนทุกระยะ 10,000 กิโลเมตรก็ได้เช่นเดียวกัน
  10. ตรวจเช็กสายพานรถยนต์ว่ามีการชำรุด หรือเสื่อมสภาพหรือไม่ สายพานควรเปลี่ยนทุกระยะ 50,000 กิโลเมตร หรือตามระยะเวลาการใช้งาน 6 เดือนโดยประมาณ

ชมรถมือสองสวยๆ คัดเกรด A++ คลิ๊กที่รูปเลย..

รถกระบะมือสอง สภาพนางฟ้า

รถเก๋งมือสอง คัดเกรด A++

รถ SUV มือสองเกรด A++

รถตู้มือสองคัดสวยเกรดนางฟ้า

ค้นหารถมือสอง คัดสวยๆ เกรด A++

ลองพิมพ์ คำค้นหา เช่น   วีออส | ซีวิค | วีโก้   เป็นต้น