Showing 1–12 of 43 results

รถเก๋งยอดนิยม ฮอนด้ามือสอง (Honda) ทุกรุ่น

Honda ฮอนด้า ทุกรุ่น ตั้งเเต่ปีเก่าถึงปีใหม่ล่าสุด  บริษัทเพชรยนต์จำหน่ายรถเก๋ง รถ SUV รถ Crossover รถ PPV มือสองคัดสภาพเกรด A+ รถสวย ราคาถูก เรามีรถยนต์ให้คุณลูกค้าเลือกมากกว่า 350 คัน มีทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ

บริษัทเพชรยนต์จำหน่ายรถยนต์มาเเล้วมากกว่า 10,000 คัน เป็นที่ยอมรับจากคุณลูกค้าทั่วทุกภาคในประเทศไทย พร้อมดอกเบี้ยสุดพิเศษจากทางธนาคารชั้นนำ เเละคำเเนะนำในการออกรถ เเละบริการหลังการขายที่น่าประทับใจ

ซื้อ รถเก๋ง ฮอนด้า มือสอง รถสวยเกรด A+ ราคาถูก ต้องที่เพชรยนต์


เจาะลึกจุดเด่นเจ้า Honda กับ 15 รุ่นย่อย รุ่นไหนจะปัง รุ่นไหนจะน่าจับจอง

ฮอนด้า มอเตอร์ Honda Motor เป็นบริษัทผู้ผลิต และจำหน่ายรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่น มีจุดกำเนิด และสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ฮอนด้าก่อตั้งเมื่อวันที่ 24 เดือนกันยายน พ.ศ. 2492

สำหรับบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มก่อตั้งธุรกิจในประเทศไทยเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2526 เป็นระยะเวลาประมาณ 38 ปีจนถึงปัจจุบัน ในปัจจุบันฮอนด้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์นั่งรายใหญ่ที่สุดของประเทศ มีการเติบโตของยอดขายเป็นอย่างมาก โดยการันตีจากยอดขายนับตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจจนถึงปี พ.ศ. 2549 ฮอนด้าจำหน่ายรถยนต์ได้แล้วมากกว่า 640,000 คัน

ในปัจจุบันบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มีรถยนต์จำหน่ายทั้งหมด 16 รุ่นด้วยกันคือ

    1. Honda City
    2. Honda City CNG
    3. Honda Jazz
    4. Honda Jazz Hybrid
    5. Honda Civic
    6. Honda Civic Hybrid
    7. Honda Feed
    8. Honda Stepwagon
    9. Honda CR-V
    10. Honda HR-V
    11. Honda BR-V
    12. Honda Mobilio
    13. Honda Brio
    14. Honda Brio Amaze
    15. Honda Odyssey

เรามาดูรายละเอียดรุ่นย่อยต่าง ๆ กันค่ะ ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไรในแต่ละรุ่น มีจุดเด่นอย่างไรบ้าง เรามาดูกันเลยค่า

1. Honda City จำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2539 เป็นระยะเวลา 24 ปีโดยประมาณ โดยปัจจุบันฮอนด้าซิตี้ได้ผลิตออกมาจำหน่ายทั้งหมด 7 Generation ด้วยกันดังนี้

  • โฉม Generation ที่ 1 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2524 ถูกผลิตขึ้นมาเป็นรถเก๋งประเภท Hatchback 3 ประตูขนาดเล็ก รูปลักษณ์ภายนอกมีความคล้ายคลึงกับรถมินิ มีทั้งหมด 3 ประตูคือประตูฝั่งขวา ประตูฝั่งซ้าย ประตูด้านหลัง และเป็นเครื่องยนต์เบนซิน สำหรับโฉมนี้ไม่มีจำหน่ายในประเทศไทยนะคะ
  • โฉม Generation ที่ 2 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2529 สำหรับโฉมนี้ก็ยังคงรูปลักษณ์เป็นรถเก๋งประเภท Hatchback 3 ประตูเช่นเดิมแต่เพิ่มขนาดของตัวรถให้กว้างขึ้น และรูปลักษณ์ภายนอกให้แตกต่างไปจากรถมินิมากขึ้น แต่ยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซินเช่นเดิม
  • โฉม Generation ที่ 3 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2539 โฉมนี้เป็นโฉมแรกที่ได้นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย และได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น สำหรับฮอนด้าซิติ้ Generation ที่ 3 หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อฮอนด้าซิตี้ Type Z นี้ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์เป็นรถเก๋งประเภท Sedan 4 ประตู ดูโฉบเฉี่ยว และสวยกว่าเดิมเพื่อเอาใจชาวเอเชียโดยเฉพาะ เพื่อแข่งขันในตลาดยานยนต์กับเจ้าโตโยต้า โซลูน่า
  • โฉม Generation ที่ 4 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2545 สำหรับโฉมนี้คนไทยจะรู้จักกันในชื่อ ฮอนด้า ซิตี้ ZX รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเป็นรถเก๋งประเภท Sedan 4 ประตูเช่นเคย แต่ปรับรูปลักษณ์เป็นไมเนอร์เชนจ์ให้ดูสวย และกว้างขึ้น พร้อมเปลี่ยนระบบเกียร์ใหม่เป็นเกียร์ CVT 7 สปีด และเกียร์ธรรมดา และใช้เครื่องยนต์หัวฉีด i-DSI หรือที่เราคุ้นเคยคือ VTEC นั่นเอง
  • โฉม Generation ที่ 5 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2551 สำหรับโฉมนี้ก็ยังคงรูปลักษณ์ของตัวรถเป็นตัวถัง Sedan 4 ประตู แต่ความพิเศษของรุ่นนี้คือจะมี 3 รุ่นย่อยให้เลือกด้วยกันคือรุ่น S, V และ SV โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 524,000 - 694,000 บาท รูปลักษณ์โฉมนี้จะดูทันสมัย กว้างขวาง และที่พิเศษมากไปกว่านั้นคือประหยัดน้ำมัน และราคาถูกลง สำหรับโฉม Generation นี้ได้มีการปรับไมเนอร์เชนจ์ถึง 2 ครั้งด้วยกัน โดยปรับครั้งแรกในปี พ.ศ. 2555 เป็น Honda City CNG เป็นพลังงานทางเลือกใหม่ และมีรุ่นพิเศษเป็น Modulo ที่มาพร้อมชุดแต่งเฉพาะรุ่น Modulo และปรับครั้งที่ 2 เป็น Full Modelchange ในปี พ.ศ. 2557
  • โฉม Generation ที่ 6 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2557 สำหรับโฉมนี้จะรุ่นย่อยให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่นได้แก่ S Manual, V, V+, SV และ SV+ มีขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 1,497 ซีซี พละกำลังสูงสุด 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที เกียร์เป็นเกียร์ระบบ CVT พร้อมระบบ Paddle Shift 7 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีดในรุ่น S รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ในทุกรุ่นย่อย พิเศษกว่านั้นคือมีระบบ Econ Assist ที่ช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น และยังมีระบบความปลอดภัยมากขึ้นด้วยเช่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อค ABS, โครงสร้างนิรภัย G-CON, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSA, ระบบช่วยออกตัวขณะขับขี่อยู่บนทางลาดชัน HSA (ในรุ่น S Manual จะไม่มีนะคะ), ระบบไฟแจ้งเตือนเมื่อมีการเบรกกะทันหัน ESS, สำหรับตั้งแต่รุ่น V+ ขึ้นไปจะมีเสาอากาศแบบครีบฉลาม และหน้าจอระบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว
  • โฉม Generation ที่ 7 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2562 สำหรับโฉมนี้จะรุ่นย่อยให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นได้แก่รุ่น S, V, SV และ RS ราคาเริ่มต้นที่ 579,500 – 739,000 บาท มีสีให้เลือกทั้งหมด 6 สีด้วยกันคือ สีดำคริสตัล มุก, สีแดงอิกไนต์, สีเงินลูนาร์, สีเทาโมเดร์นสตีล, สีขาวทาฟเฟต้า และสีขาวแพลทินัม ขนาดเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร เทอร์โบ 988 ซีซี พละกำลังสูงสุด 122 แรงม้า รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20

สำหรับรุ่นนี้จะมีจุดเด่นหลัก ๆ ดังนี้

  1. อัตราการประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 23.8 กม./ลิตร
  2. มีระบบความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้นถึง 12 ระบบด้วยกัน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความ คลิก
  3. มิติตัวถังมีความใหญ่และยาวขึ้น ภายในห้องโดยสารก็มีขนาดที่กว้างขึ้น
  4. ไฟหน้า และไฟท้ายถูกออกแบบใหม่ดูทันสมัยสไตล์ยุโรป พิเศษสำหรับรุ่น RS จะมีไฟหน้าแบบ LED หลายดวงแยกกัน ส่องสะท้อนผ่านรีเฟลกเตอร์ที่เรียงเป็นแถวยาว
  5. จะได้แม็กขอบ 16 ที่มาพร้อมวัสดุตกแต่งสีดำเงาแบบ Glass black
  6. ระบบเกียร์ใหม่เป็นเกียร์ CVT เป็นเกียร์ที่ดีกว่าเกียร์แบบสายพานทั่วไป มีจังหวะการเปลี่ยนอัตราทดเกียร์เมื่อลากยาวสุด 5,500 รอบในแต่ละเกียร์ ซึ่งจะทำให้เราขับสนุกกว่าระบบเกียร์อื่น ๆ
  7. สำหรับระบบความปลอดภัยของรุ่นนี้จะมีถุงลมนิรภัยมาให้ทั้งหมด 6 ใบที่บริเวณคู่หน้า, ด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีระบบ Honda Connect มาให้ในรุ่น RS ท็อปสุดอีกด้วย สำหรับรถยนต์แบรนด์อื่นอาจจะต้องเสียเงินเพิ่มนะคะ

ทางบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยังไม่หยุดการพัฒนาเพียงเท่านี้ ทางฮอนด้ายังเปิดตัว Honda City Hatchback 5 ประตูในปี 2021 อีกด้วย สำหรับรุ่นนี้จะเป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร 988 ซีซี พละกำลังสูงสุด 122 แรงม้า รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20 ความจุถังน้ำมันอยู่ที่ 40 ลิตร รูปลักษณ์ภายนอกดูสปอร์ต และกว้างกว่ารุ่นอื่นของซิตี้ จุดเด่นหลัก ๆ ของรุ่นนี้จะมีดังนี้

    1. เครื่องยนต์เทอร์โบ 3 สูบ มีพละกำลังสูงถึง 122 แรงม้าซึ่งแรงกว่ารถยนต์ยี่ห้ออื่น ๆ ที่มีขนาดเครื่องยนต์ 1.0 ลิตร
    2. ระบบช่วงล่างแข็งแรง และเฟิร์มกว่าตัวถังซีดาน
    3. การออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกดูสปอร์ต สวยงาม หรูหรา ห้องผู้โดยสาร และห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายกว้างกว่ารุ่นอื่น ๆ ของซิตี้
    4. ค่อนข้างประหยัดน้ำมัน
    5. จอแสดงผลกลางเป็นจอระบบทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว มาพร้อมลำโพง 8 จุด ด้านหน้า 4 จุด และด้านหลัง 4 จุด
    6. มีระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay ระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI

2. Honda City CNG เป็นรุ่นที่ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงมากขึ้นกว่าเดิม ด้วยการติดตั้งระบบก๊าซแบบ CNG ขนาด 65 ลิตรจากที่บริษัท ขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พละกำสูงสุด 120 แรงม้า (PS) ที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตัน-เมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที จุดเด่นหลักของรุ่นนี้คือ

    1. ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงมาก โดนทางฮอนด้าเขาเคลมว่าประหยัดมากถึง 100 กม. 60 บาทเลยทีเดียว
    2. กุญแจจะเป็นแบบ Smart Key พร้อมปุ่มสตาร์ทมือ
    3. มีระบบความปลอดภัยแบบอัดแน่นเช่น ถุงลมนิรภัย, ระบบเซ็นทรัลล็อค, ระบบควบคุมเสถียรภาพ VSA เป็นต้น
    4. ระบบเกียร์เป็นเกียร์ CVT ซึ่งดีกว่าระบบเกียร์อื่น ๆ พร้อมระบบ i-VTEC
    5. ช่วงล่างนิ่ม สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นผิวถนนได้เป็นอย่างดี
    6. ห้องโดยสารสามารถเก็บเสียงได้ดี ไม่มีเสียงปะทะของลม หรือเสียงจากยางรถยนต์เข้าไปรบกวน

3. Honda Jazz จำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2544 เป็นระยะเวลา 20 ปีโดยประมาณ โดยปัจจุบันฮอนด้าซิตี้ได้ผลิตออกมาจำหน่ายทั้งหมด 3 Generation ด้วยกันดังนี้

  • โฉม Generation ที่ 1 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2544 ผลิตขึ้นมาเป็นรูปแบบของรถยนต์ประเภท Hatchback 5 ประตูขนาดเล็ก เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร มีระบบเกียร์ 2 ระบบคือ เกียร์อัตโนมัติ CVT และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
  • โฉม Generation ที่ 2 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2551 สำหรับรุ่นนี้จะมีให้เลือก 3 รุ่นย่อยด้วยกันคือ SV, V และ S สำหรับโฉมนี้จะยังคงใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรเช่นเดิม และมีระบบเกียร์ 2 ระบบแต่ในรุ่น SV และ V จะมีแค่เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดเท่านั้น ส่วนรุ่น S จะมีให้เลือกทั้ง 2 ระบบทั้งเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
  • โฉม Generation ที่ 3 จำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2557 เจ้าฮอนด้าแจ๊ซยังคงรูปแบบตัวถัง Hatchback 5 ประตูเช่นเดิม คงอยู่มาอย่างยาวนานถึง 20 ปี สำหรับรุ่นนี้จะมีการปรับเครื่องยนต์เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร พละกำลังสูงสุด 117 แรงม้า แรงบิดสุงสุดที่ 4,700 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85

จุดเด่นของ Honda Jazz Generation นี้คือ

    1. ตัวถัง Hatchback 5 ประตูมีขนาดกว้างขวางนั่งได้สบาย และสามารถขนของได้เยอะ
    2. ราคาไม่สูงมาก สามารถเข้าถึงคนทุกกลุ่มเมื่อเทียบกับสเปก และรูปลักษณ์ของเจ้าฮอนด้าแจ๊ซที่ได้มา
    3. เครื่องยนต์แรงสุดในบรรดารถยนต์ที่สเปกเดียวกัน
    4. ระบบความปลอดภัยได้ค่อนข้างเยอะเมื่อเทียบกับราคาที่จ่ายไป
    5. อัตราการสิ้นเปลือง และอัตราการเร่งค่อนข้างดีเกินคุ้มกับราคาที่จ่ายไปแน่นอน

4. Honda Jazz Hybrid จำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2553 เปิดตัวด้วยราคาเพียง 768,000 บาท มีสีให้เลือกทั้งหมด 4 สีได้แก่ สีขาวบริลเลียนท์, สีเงินลาบาสเตอร์, สีเขียวเฟรชไลม์ และสีฟ้าเซรูเลียน รุ่นนี้จะเป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.3 ลิตร i-VTEC สลับกับพลังงานจาดมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 10 กิโลวัตต์ พละกำลังสูงสุด 88 แรงม้า ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ CVT อัตรการสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 4.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร

จุดเด่นของ Honda Jazz Hybrid คือ

    1. ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงมากขึ้น ลดค่าน้ำมันลง เพราะเครื่องยนต์ทำงาน 2 ระบบเป็นการใช้พลังงานเชื้อเพลิงสลับกับพลังงานไฟฟ้า
    2. เบาะตอนที่นั่งผู้โดยสารสามารถพับปรับลงในเป็นระนาบเดียวกันกับห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายได้ ซึ่งเราจะสามารถขนสัมภาระได้เยอะขึ้น และมีพื้นที่กว้างใส่ของเยอะขึ้น
    3. ประตูหลังบริเวณห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายมีค้ำยันทั้ง 2 ฝั่งเป็นระบบไฮโดรลิก พร้อมระบบไล่ฝ้า ใบปัดน้ำฝน และช่องฉีดน้ำด้านท้าย
    4. มีระบบเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลังมาให้ทั้ง 4 จุดจากโรงงาน ระบบความปลอดภัยแน่นมากหายห่วงได้เลย
    5. มีปุ่ม ECON ที่จะช่วยให้คุณประหยัดพลังงานได้มากขึ้น ทั้งช่วยควบคุมเรื่องการประหยัดงานเชื้อเพลิง และการควบคุมแอร์ปรับอากาศให้ทำงานแบบประหยัดพลังงานมากขึ้น

5. Honda Civic จำหน่ายครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2516 เป็นระยะเวลา 48 ปีโดยประมาณ โดยปัจจุบันฮอนด้าซีวิคได้ผลิตออกมาจำหน่ายทั้งหมด 10 รุ่นด้วยกันคือ

รุ่นที่ 1 ผลิตราวปี พ.ศ. 2015 และจำหน่ายจริงสู่ตลาดยานยนต์ในปี พ.ศ. 2016 ที่ประเทศญี่ปุ่น และนำเข้ามาจำหน่ายที่ประเทศไทยเพียงไม่กี่คันเท่านั้น โดยรูปลักษณ์ภายนอกจะเป็นตัวถังแบบคูเป้ 2 ประตู, Hatchback 5 ประตู, Hatchback 3 ประตู, Sedan 4 ประตู และ Station wagon 5 ประตู สำหรับระบบเกียร์จะมีให้เลือก 3 แบบคือเกียร์อัตโนมัติ 2 สปีด, เกียร์ธรรมดา 4 สปีด และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด มีเครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร และ 1.5 ลิตร

รุ่นที่ 2 มีจำหน่ายในตลาดยานยนต์ประมาณช่วงปี พ.ศ. 2523 โดยได้ผลิตโฉมเดียวกันกับตัวรุ่นแรกเลยคือมีทั้งหมด 4 แบบคือ แบบแฮทช์แบ็ก (Hatchback) 3 ประตู, แฮทช์แบ็ก (Hatchback) 5 ประตู, ซีดาน (Sedan) 4 ประตู และสเตชั่น วากอน (Station wagon) 5 ประตู แต่รุ่นนี้ได้จำหน่ายในบางประเทศเท่านั้น มีระบบเกียร์ให้เลือกถึง 4 ระบบ คือ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 2 สปีด, ระบบเกียร์อัตโนมัติ 3 สปีด, ระบบเกียร์ธรรมดา 4 สปีด และระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด มีขนาดแรงม้า 55 แรงม้า, 67 แรงม้า

รุ่น 3 รุ่นนี้จะเป็นรุ่นแรกที่มีจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2527 สำหรับรุ่นนี้จะมีตัวถังให้เลือก 4 แบบคือ Hatchback 3 ประตู, Sedan 4 ประตู, คูเป้ 3 ประตู และ Station wagon 5 ประตู มีเกียร์ให้เลือก 3 ระบบคือ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด, เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

รุ่นที่ 4 ถูกจำหน่ายในปี พ.ศ. 2531 โดยยังคงผลิตเจ้าฮอนด้าซีวิคแบบ 4 รูปแบบตัวถังเช่นเดิม สำหรับระบบเกียร์ก็ยังคงมี 4 ระบบเหมือนเดิม สำหรับโฉมนี้คนไทยจะนิยมเรียกว่า โฉมไฟท้าย 2 ชั้น หรือ โฉม EF

นี้จะพิเศษดว่ารุ่นอื่น ๆ เพราะในรุ่นนี้เจ้าซีวิคทุกคันสามารถเติมแก๊สโซฮอล์ได้ทุกคันค่า

รุ่นที่ 7 เข้าสู่ช่วงปี พ.ศ. 2543 ทางฮอนด้าก็ได้ผลิตเจ้าฮอนด้า ซีวิคออกมาหลากหลายรูปแบบ หลากหลายขนาดเครื่องยนต์จนถึงรุ่นนี้ผลิตขนาดเครื่องออกมาให้เลือกถึง 5 ขนาดคือ 1.3, 1.5, 1.6, 1.7 และ 2.0 ลิตร ไม่พอเพียงเท่านี้ ยังมีรูปแบบตัวถังให้เลือก 5 รูปแบบ และระบบเกียร์ให้เลือกอีก 5 ระบบด้วยกัน

รุ่นที่ 8 สำหรับโฉมนี้ถึงจะผลิตมามากกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งผลิตและจำหน่ายในปี พ.ศ. 2549 แต่ก็ยังเป็นที่นิยมในเมืองไทยอยู่ซึ่งสามารถพบเห็นตามท้องถนนได้ทั่วไป และในตลาดยานยนต์มือสองก็ยังคงเป็นที่นิยมด้วยเช่นกันเพราะราคาไม่สูงมาก และสมรรถนะก็คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป โฉมนี้ผลิตออกมาด้วยรูปแบบ 4 ตัวถัง และ 3 ระบบเกียร์ แต่ในประเทศไทยจะมีจำหน่ายเฉพาะตัวถังแบบ Sedan 4 ประตูเท่านั้น

รุ่นที่ 9 สำหรับรุ่นนี้ที่จำหน่ายในปี พ.ศ. 2554 ซึ่งรุ่นนี้อาจจะโดนตำหนิเรื่องวัสดุและเรื่องออปชั่นที่ไม่คุ้มกับราคา เพราะในปีที่จำหน่ายบริษัทฮอนด้าในประเทศญี่ปุ่นเกิดปัญหาวิกฤตแผ่นดินไหวและสึนามิทำให้บริษัทที่ปลิตชิ้นส่วนเกิดความเสียหาย ถึงแม้จะโดนตำหนิบ้างแต่ก็ยังได้รับดารตอบรับอย่างดีกับแฟน ๆ ฮอนด้าสำหรับรุ่นนี้จะมีให้เลือก 2 ตัวถังด้วยกัน และขนาดเครื่องยนต์อีก 7 ขนาดคือ 1.4, 1.5, 1.8, 2.0, 2.2 และ 2.4 ลิตร แต่ในประเทศไทยจะมีจำหน่ายเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 1.8 เกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และขนาด 2.0 ลิตรเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีดเท่านั้น

รุ่นที่ 10 มาถึงรุ่นสุดท้ายที่เริ่มผลิตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2016 จนมาถึงรุ่นโฉม All New Honda Civic 2020 สำหรับโฉมนี้ต้องยอมรับเลยว่าทางบริษัทฮอนด้าได้ดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกมาได้สวยงาม และดูสปอร์ตมากจริง ๆ โดยในรุ่นนี้จะมีจำหน่ายในขนาดเครื่องยนต์ 1.5 พละกำลังสูงสุด 173 แรงม้า รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E20 และ 1.8 ลิตร พละกำลังสูงสุด 144 แรงม้า เกียร์เป็นระบบเกียร์ CVT รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 874,000 – 1,219,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่นย่อยด้วยกันคือรุ่น E, EL, Turbo และ Turbo RS

จุดเด่นของ Honda Civic

  1. ดีไซน์ภายในและภายนอกสวยมาก ดูสปอร์ตให้ความรู้สึกอยากจับจองเป็นเจ้าของซักคัน
  2. ขนาดเครื่องยนต์กำลังพอดี สามารถตัดสินใจเลือกได้ง่ายเพื่อนให้เหมาะกับการขับขี่ สามารถเลือกน้ำมันเชื้อเพลิงให้ประหยัดมากขึ้นได้อีก
  3. การขับขี่ค่อนข้างนิ่มนวล ไม่มีอาการเครื่องสั่นใด ๆ
  4. มีระบบล็อครถอัตโนมัติแม้ตัวกุญแจจะอยู่ห่างจากตัวรถ (เป็นเรื่องดีของคนขี้ลืมเลยนะค่า)
  5. มีระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple car play

6. Honda Civic Hybrid จำหน่ายสู่ตลาดยานยนต์เมื่อปี พ.ศ. 2556 ด้วยขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร i-VTEC พละกำลังสูงสุด 91 แรงม้า พลังมอเตอร์ไฟฟ้า 23 แรงม้า พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน

จุดเด่นของ Honda Civic Hybrid

    1. เรื่องที่เด่นมาก ๆ ของเจ้าเครื่องยนต์ Hybrid คือเรื่องความประหยัดเพราะใช้พลังงานเชื้อเพลิงสลับกับพลังงานไฟฟ้า Save ค่าน้ำมันได้เยอะเลย
    2. ประหยัดค่าน้ำมันยังไม่พอ ทางฮอนด้ายังมีออปชั่นปุ่ม ECON ช่วยประหยัดมาเพิ่มอีก เรียกได้ว่าประหยัดกว่านี้ไม่มีแล้วค่า
    3. ระบบความปลอดภัยก็มีมาให้ในระดับที่ค่อนข้างยอดเยี่ยมเลย และมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย
    4. ดีไซน์ภายนอกดูสปอร์ต ทันสมัย และสวยงามสะดุดตา
    5. คุณภาพค่อนข้างคุ้มกับเงินที่จ่ายไป และยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

7. Honda Feed ผลิตครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2551 และจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2552 โดยฮอนด้า ฟรีด ได้ถูกพัฒนาต่อมาจากฮอนด้า โมบิลิโอ ข้อมูลทางเทคนิคของฮอนด้า ฟรีด จะมีขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 1,497 ซีซี พละกำลังสูงสุด 118 แรงม้า แรงบอดสูงสุด 148 นิวตันเมตร ฮอนด้าฟรีดจะใช้เครื่องยนต์เดียวกันกับฮอนด้าแจ๊ส และฮอนด้าซิตี้ ระบบเกียร์จะมี 2 ระบบคือ ระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 894,000-1,014,500 บาท สำหรับรุ่นปี 2009 ต่อไปรุ่นปี 2012 ราคาเริ่มต้นจะอยู่ที่ 839,000-959,000 บาท และรุ่นปี 2013 ราคาจะอยู่ที่ 834,000-959,000 บาท

จุดเด่นของ Honda Feed

    1. พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย ใช้งานได้สะดวก สำหรับใครที่สมาชิกในครอบครัวค่อนข้างเยอะฮอนด้าฟรีดตอบโจทย์มากเลยค่ะ
    2. สมรรถนะของตัวรถเหมาะแก่การขับขี่ในเมือง และพื้นที่ที่ไม่ไกลมาก ค่อนข้างขับขี่คล่องตัว
    3. ดีไซน์สวย ดูสปอร์ต มีความทันสมัย
    4. ประตูด้านข้างสไลด์ซึ่งค่อนข้างสะดวกสบายสำหรับห้องผู้โดยสาร
    5. ระบบให้ความบันเทิงค่อนข้างครบครัน เพราะมีจอมาให้ถึง 3 จอด้วยกัน

8. Stepwagon ฮอนด้า สเตปแวกอน เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก รูปลักษณ์ภายนอกจะมีความคล้ายคลึงกับเจ้า Honda Odyssey ฮอนด้า โอดิสซีย์ และ Honda Stream ฮอนด้า สตรีม เจ้าฮอนด้า สเตปแวกอนผลิต และจำหน่ายมาแล้วทั้งหมด 5 รุ่น โดยจำหน่ายครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ในประเทศญี่ปุ่นจนมาถึงรุ่นปัจจุบันรุ่นที่ 5 ซึ่งจำหน่ายในปี พ.ศ. 2558 จนถึงปัจจุบัน พร้อมเปิดตัวเครื่องยนต์ขนาดใหม่ 1.5 ลิตร เทอร์โบหัวฉีดตรง พละกำลังสุด 150 แรงม้า ที่ 5,500 รองต่อนาที แรงบิด 203 นิวตันเมตรเกียร์อัตโนมัติ CVT อัตราประหยัดน้ำมันสูงสุด 15-17 กิโลเมตร/ลิตร รถปี 2020 ราคาจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นจะเริ่มต้นที่ 3,094,200-3,602,880 เยน หรือเป็นเงินไทยประมาณ 906,000-1,055,000 บาท แต่ราคาจำหน่ายในไทยจะต้องโดนภาษีนำเข้าประมาณ 30-40% ของราคารถ ราคาจะค่อนข้างสูงเพราะเป็นรถที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่น

จุดเด่นของ Honda Stapwagon

    1. ระบบความปลอดภัยมีค่อนข้างครบครัน จะขับขี่ไปในเส้นทางไหนมั่นใจได้เกิน 100% แน่นอนค่า
    2. พื้นที่ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบายโล่งโปร่ง ใช้งานได้สะดวก สำหรับใครที่สมาชิกในครอบครัวค่อนข้างเยอะฮอนด้าฟรีดตอบโจทย์มากเลยค่ะ
    3. เบาะนุ่มนั่งสบายด้วยวัสดุคุณภาพดีโอบกระชับตัว
    4. การขับขี่ค่อนข้างคล่องตัว ถึงแม้ตัวรถจะค่อนข้างยาวและกว้างมาก
    5. ประตูข้างเป็นประตูสไลด์ไฟฟ้า สามารถใช้งานได้ง่าย และสะดวกมาก

10. Honda CR-V ฮอนด้า ซีอาร์วี เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ขนาดใหญ่ 5-7 ที่นั่ง เริ่มผลิตครั้งแรกในปี พ.ศ. 2538 ยาวนานจนถึงปัจจุบันประมาณ 24 ปี ปัจจุบันได้มีการผลิตไปแล้วทั้งหมด 5 เจเนอเรชั่น สำหรับรุ่น Minorchange 2020 ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 1,369,000 – 1,759,000 บาท เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร ความจุ 2,356 ซีซี พละกำลังสูงสุด 173 แรงม้า () ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 224 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์ CVT และเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร ความจุ 1,597 ซีซี พละกำลังสูงสุด 160 แรงม้า () ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และเกียร์ไฟฟ้า

จุดเด่นของ Honda CR-V

  1. เบาะคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารตอนหน้าสามารถปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง
  2. มีระบบ Idle Stop ช่วยตัดการทำงานของเครื่องยนต์ขณะรถยนต์จอดอยู่นิ่ง เพื่อช่วยลดอัตราการเผาพลาญพลังงานเชื้อเพลิง และลดมลพิษที่จะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศ
  3. ช่วงล่างมีการปรับใหม่ให้มีการทรงตัวที่ดีขึ้น และให้สัมผัสที่นุ่มนวลมากขึ้น
  4. มีระบบ Electric Parking Brake เป็นปุ่มกดเบรกมือไฟฟ้า สะดวกสบายมากขึ้นแค่กดปุ่มเบรกมือก็จะทำงาน โดยไม่ต้องออกแรงดึงเบรกมือแบบรถรุ่นอื่น ๆ
  5. มีระบบ Auto Brake Hold ที่จะช่วยคุณเบรกให้รถหยุดนิ่งอยู่กับที่ เพียงแค่คุณเหยียบเบรก 1 ครั้ง แล้วปล่อยเท้าออกจากเบรกแค่นี้รถก็จะหยุดนิ่งไม่เคลื่อนตัวไปไหน ถ้าคุณอยากจะเคลื่อนที่ตัวรถคุณก็แค่เหยียบคันเร่งเบา ๆ แค่นี้รถก็จะเคลื่อนที่ได้แล้ว

11. Honda HR-V ฮอนด้า เอชอาร์วี เป็นรถยนต์ครอสโอเวอร์ 5 ประตูที่มีขนาดเหมาะสำหรับคนที่มีจำนวนสมาชิกในครอบครัวเยอะ หรือเวลาที่เดินทางไปไหนมาไหนด้วยจำนวนคนเยอะ ๆ เอชอาร์วีเริ่มพัฒนาต่อมาจาก Honda Jazz ฮอนด้าเอชอาร์วีเริ่มจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบัน โดย All New HR-V 2021 ราคาจะเริ่มต้นที่ 949,000 – 1,119,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อยด้วยกัน ขนาดเครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ความจุ 1,799 ซีซี พละกำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 172 นิวตันเมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที ระบบเกียร์ CVT

จุดเด่นของ Honda HR-V

  1. ประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงค่อนข้างมาก และมีพลังงานเชื้อเพลิง E85 ให้เป็นอีก 1 ทางเลือกของความประหยัดอีกด้วย
  2. พื้นที่ห้องโดยสารกว้างมาก เพราะเป็นรถครอสโอเวอร์ 5 ประตู เบาะ 2 แถว สามารถพับเบาะผู้โดยสารตอนหลังเพื่อขนของได้
  3. อัตราการเร่งค่อนข้างดี ไม่ว่าจะขับขี่อยู่ในเมือง หรือจะขับออกไปต่างจังหวัดก็ตอบโจทย์
  4. เสียงเครื่องยนต์ค่อนข้างเงียบ และตัวรถขับสนุก ยิ่งเหยียบยิ่งมันส์
  5. สำหรับรุ่นท็อปสุดจะเป็นหลังคาซันรูฟ (Sunroof) ที่จะทำให้เราได้เปิดรับอากาศบริสุทธิ์ หรือแสงแดดภายนอกตัวรถ เรียกว่า Feel Good สุด ๆ ไปเลยค่า

12. Honda BR-V ฮอนด้า บีอาร์วี เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อปี พ.ศ. 2559 ฮอนด้าบีอาร์วีเป็นรถยนต์ประเภทครอสโอเวอร์ใหม่ หรือรถ MPV ขนาดเล็กขนาด 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่ง ขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 1,497 ซีซี พละกำลังสูงสุด 117 แรงม้า (PS) ระบบเกียร์ CVT ราคาเริ่มต้นที่ 765,000 – 835,000 บาท คู่แข่งในตลาดในรถระดับเดียวกันคือ Suzuki Ertiga, Toyota Avanza, Toyota Sienta และ Mitsubishi Epander

จุดเด่นของ Honda BR-V

  1. ขนาดเครื่องยนต์ไม่ใหญ่มาก ทำให้อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำ ประหยัดน้ำมันมาก ๆ
  2. ช่วงล่างค่อนข้างดีเยี่ยม สามารถซับแรงสั่นสะเทือนของตัวรถได้ดี
  3. ภายในห้องโดยสารค่อนข้างกว้างขวาง สามารถเดินทางได้ด้วยจำนวนสมาชิกทั้งครอบครัว แต่อาจจะต้องเพิ่มเงินจำนวนหนึ่งเพื่อซื้อตัวท็อปสุด เพราะเบาะ 7 ที่นั่งจะมีมาในรุ่นท็อปสุดราคา 835,000 บาท สำหรับรุ่นอื่นจะมีเบาะ 5 ที่นั่งเท่านั้น
  4. ดีไซน์ภายนอกค่อนข้างโดดเด่น ดูสวยสะดุดตา มีความสปอร์ต
  5. เสียงตอบรับจากผู้ใช้จริงบอกว่าไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกกวนใจ ไม่ต้องเข้าศูนย์บ่อย ๆ ให้เปลืองค่าใช้จ่ายเลยค่า

13. Honda Mobilio ฮอนด้า โมบิลิโอ เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ Mini MPV หรือรถครอบครัวที่มีทั้ง 5 ที่นั่ง และ 7 ที่นั่งให้แฟน ๆ ฮอนด้าได้เลือกจับจอง ฮอนด้าโมบิลิโอ เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2014 ราคาเริ่มต้นที่ 659,000 บาท มาพร้อมขนาดเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร พละกำลังสูงสุด 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตันเมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที ระบบเกียร์ CVT

จุดเด่นของ Honda Mobilio

    1. ดีไซน์สปอร์ต ดูหรูหรา ภายในห้องโดยสารกว้าง นั่งได้สบายทุกการเดินทาง
    2. ระบบความปลอดภัยครบครัน สามารถมั่นใจได้ทุกการขับขี่
    3. ราคาสามารถเอื้อมถึงได้ง่าย เมื่อเทียบกับความคุ้มค่าของตัวรถ
    4. เครื่องยนต์ค่อนข้างดี อัตราเร่งของเครื่องยนต์ค่อนข้างดีเมื่อเทียบกับรถรุ่นอื่น ๆ ในสเปคเดียวกัน
    5. ตัวรถผลิตในประเทศไทย เวลาจะสั่งอะไหล่ไม่ต้องใช้เวลารอ 2-3 เดือน

14. Honda Brio ฮอนด้า บริโอ้ เป็นรถยนต์ตัวถังแฮทช์แบ็กขนาดเล็กมาก เทียบเท่ากับพวกนิสสันมาร์ช ซูซูกิสวิฟท์ และมิตซูบิชิมิราจ ขนาดเครื่องยนต์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทย จะมีขนาดเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร i-VTEC พละกำลังสูงสุด 90 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 110 นิวตันเมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาทีเท่านั้น มีทั้งระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ราคาจำหน่ายเพียง 495,000 บาทถูกมาก ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันฮอนด้าบริโอ้ได้ผลิตและจำหน่ายมาแล้วทั้งหมด 2 รุ่นหลัก ๆ ไม่รวมโฉมไมเนอร์เชนจ์

จุดเด่นของ Honda Brio

    1. ขับขี่คล่องตัว ขนาดกะทัดรัด และประหยัดน้ำมันมาก
    2. สมรรถนะเครื่องยนต์ และพละกำลังดีเกินขนาดตัว
    3. ไม่มีอาการเครื่องสั่นเหมือนรุ่นอื่น ๆ ในระดับเดียวกัน
    4. ไม่ค่อยมีปัญหาอะไรจุกจิก ไม่ต้องเข้าศูนย์บ่อย ประหยัดค่าซ่อมไปอีก
    5. แม้ขนาดตัวรถจะดูเล็ก แต่ภายในห้องโดยสารสามารถนั่งได้สบาย ไม่อึดอัด ห้องเก็บสัมภาระด้านท้ายก็สามารถใส่ของได้เยอะ และหาที่จอดรถง่ายเพราะรถมีขนาดเล็ก

15. Honda Brio Amaze ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ รถเก๋งดีไซน์ใหม่ที่พัฒนามาจากเจ้าฮอนด้า บริโอ้ รุ่นแฮทช์แบ็ก 5 ประตู มาแปลงโฉมเป็นรถตัวถังซีดาน 4 ประตูขนาดเล็กแต่ยังคงมีรูปลักษณ์ภายนอกที่คล้ายกันอยู่ ขนาดเครื่องยนต์เจ้าบริโอ้ อเมซจะอยู่ที่ 1.2 ลิตร เป็นเครื่องยนต์ i-VTEC 4 สูบ พละกำลังสูงสุด 90 แรงม้า สามารถประหยัดน้ำมันได้มากสุดถึง 20 กิโลเมตร/ลิตร ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 517,000-577,000 บาท

จุดเด่นของ Honda Brio Amaze

    1. ดีไซน์ภายนอกดูสวยล้ำสมัยกว่าเจ้าฮอนด้าบริโอ้รุ่นก่อน และมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขึ้น นั่งได้สบายมากขึ้น
    2. สามารถประหยัดน้ำมันได้มากสุดถึง 20 กิโลเมตร/ลิตร
    3. สมรรถนะเครื่องยนต์ดีกว่ารถยนต์อีโค่คาร์แบรนด์อื่น ๆ ในระดับเดียวกัน
    4. ระบบเกียร์แบบใหม่ เป็นระบบ CVT ที่จะทำคุณประหยัดน้ำมันได้มากกว่าเดิม
    5. เครื่องยนต์ขับสนุก หาที่จอดง่าย และราคาไม่แพง

16. Honda Odyssey รถยนต์มินิแวนอเนกประสงค์ ฮอนด้า โอดิสซีย์ รถยอดนิยมในประเทศญี่ปุ่น และอเมริกาเหนือ ถูกผลิตครั้งแรกเมื่อปี 1999 ปัจจุบันผลิตขึ้นมาจำหน่ายแล้วทั้งหมด 5 รุ่น ในประเทศไทยได้มีการเปิดตัวเจ้าฮอนด้า โอดิสซีย์ ครั้งแรกในปี 2013 เปิดตัวด้วย 2 รุ่นย่อย ราคาเริ่มต้น 2,750,000-2,950,00 บาท (ในปัจจุบันได้ยุติการจำหน่ายไปแล้ว)

ต่อมาในปี 2021 ETON Group ได้เปิดตัวเจ้า All New Odyssey 2021 อย่างเป็นทางการ เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 2.7 ล้านบาท มาพร้อมระบบขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด โดยใช้ชื่อ e:HEV พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน สำหรับโฉมนี้จะเป็นเครื่องยนต์ 2 แบบด้วยกันคือ

  1. เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร พละกำลังสูงสุด 175 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์ CVT 7 Speed + Paddle Shift
  2. เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ พละกำลังสูงสุด 145 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 175 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์ E-CVT อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร

จุดเด่นของ Honda Odyssey

    1. เป็นรถครอบครัวที่มีความเป็นรถมินิแวนกลาย ๆ ที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ เบาะนั่งผู้โดยสารมีขนาดใหญ่ นุ่มสบาย จะเดินทางไกลแค่ไหนก็รู้สึกดี และยังมีพื้นที่สำหรับขนสัมภาระเยอะอีกด้วย
    2. ประตูด้านข้างเป็นประตูสไลด์แบบไฟฟ้าใช้งานง่าย และสะดวกมาก ๆ พร้อมระบบกันหนีบ เมื่อมีวัตถุอะไรมาขวางประตูก็จะสไลด์ออก เรียกได้ว่าปลอดภัยสุด ๆ และยังสามารถสั่งงานผ่านรีโมทคอนโทรล หรือในกรณีที่เราถือของมือไม่สะดวกที่จะเปิดประตู เราสามารถใช้ข้อศอกแตะที่ตรงกลางของเซ็นเซอร์ที่ประตูได้อีกด้วย
    3. ประตูด้านท้ายเป็นประตูไฟฟ้า มีระบบเซ็นเซอร์ในการเปิดประตู โดยสามารถใช้เท้าสอดเข้าไปที่ด้านท้ายประตูให้เซ็นเซอร์ดังแค่นี้ก็สามารถเปิดประตูได้แบบอัตโนมัติแล้ว และยังสามารถสั่งงานผ่านรีโมทคอนโทรลได้อีกด้วย
    4. ระบบความปลอดภัยของตัวรถมีค่อนครบครัน ระบบเด่น ๆ จะมีระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ และมีกล้องมองรอบทิศทาง พร้อมเส้นกะระยะในการจอด
    5. ตัวรถยังมีระบบช่วยเตือนเมื่อรถมีความเสี่ยงที่จะเกิดการชน และยังมีระบบช่วยดึงตัวรถกลับเข้าเลนส์เมื่อรถมีการขับออกนอกเลนส์อีกด้วย

ชมรถมือสองสวยๆ คัดเกรด A++ คลิ๊กที่รูปเลย..

รถกระบะมือสอง สภาพนางฟ้า

รถเก๋งมือสอง คัดเกรด A++

รถ SUV มือสองเกรด A++

รถตู้มือสองคัดสวยเกรดนางฟ้า

ค้นหารถมือสอง คัดสวยๆ เกรด A++

ลองพิมพ์ คำค้นหา เช่น   วีออส | ซีวิค | วีโก้   เป็นต้น 

รถมือสองคัดสวย ๆ เกรดA++