Showing all 7 results

รถ PPV มือสอง Toyota fortuner คุณภาพเกรด A+ (โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์)

เพชรยนต์คือดีลเลอร์ จำหน่าย รถครอบครัวมือสอง รถ PPV มือสอง Toyota fortuner รถสวย ฟรีดาวน์ คุณภาพเกรด A+ รถราคามิตรภาพ พร้อมใช้งาน ดอกเบี้ยถูกเเละดีที่สุด เรามีรถให้คุณเลือกมากกว่า 350 คัน พร้อมให้บริการครบวงจร บริการประทับใจเต็มรูปเเบบ ยินดีให้คำแนะนำทุกปัญหาการออกรถ ปัญหาการจัดไฟแนนซ์สินเชื่อกับธนาคาร พร้อมการดูแลหลังการขาย เป็นต้น

ซื้อ รถ PPV Toyota fortuner มือสอง คุณภาพเกรด A+ ต้องที่เพชรยนต์


แชมป์ยอดขายอันดับ 1 รถ PPV TOYOTA FORTUNER ฟอร์จูนเนอร์มือสอง 

Toyota Fortuner เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2547 โดยออกแบบมาด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.7 ลิตร 2,700 ซีซี 160 แรงม้า, 3.0 ลิตร 2,982 ซีซี 163 แรงม้า มีทั้งเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีดและเกียร์ธรรมดา 5 สปีด, เครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล, ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ รถ PPV ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับ Toyota Fortuner คือ Isuzu Mu-X, Mitsubishi Pajero Sport, Ford Everest, Chevrolet Trailblazer

ลักษณะภายนอกของเจ้าฟอร์จูนเนอร์ Fortuner มือสอง จะมีลักษณะเป็นรถยนต์อเนกประสงค์แบบยกสูง 5 ประตู เบาะนั่งโดยสาร 3 แถว ไม่เกิน 7 ที่นั่ง โดยตัวถังห้องโดยสารครอบถึงท้ายรถ และใช้โครงสร้างเดียวกันกับรถกระบะหลังจากเปิดตัวครั้งแรกในปี ค.ศ. 2004 ก็ได้เสียงตอบรับจากคนไทยอย่างล้นหลาม จนทำให้บริษัทโตโยต้าไม่สามารถผลิตและจำหน่ายได้ทันตามความต้องการของตลาดยานยนต์ ทำให้ต้องรอรับรถนานข้ามเดือน ข้ามปีกันเลย เรียกได้ว่าเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงจริง ๆ

แม้เวลาการรอคอยจะนานขนาดไหน แต่เสียงตอบรับของคนไทยต่อเจ้าฟอร์จูนเนอร์ก็ยังแรงไม่หยุด จนถึงขั้นมีการขายใบจองกันถึงหลักหมื่นกันเลย หลังจากจำหน่ายฟอร์จูนเนอร์รุ่นที่ 1 มาได้ประมาณ 4 ปี และตลอดระยะเวลา 4 ปีก็ได้มีการปรับสเปคภายใน – ภายนอกมาบ้างเล็กน้อย

จนปี พ.ศ. 2551 มีการปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรก โดยปรับเปลี่ยนกระจังหน้ารูปแบบใหม่ พร้อมเปลี่ยนไฟหน้าเป็นโปรเจคเตอร์ เพิ่มขนาดล้อแม็กซ์เป็นขนาด 17 นิ้วลายใหม่ และเพิ่มระบบนำทางเนวิเกตอร์ ต่อมาภายในระยะเวลาประมาณ 7 เดือนทางบริษัทโตโยต้าก็ได้เพิ่มรุ่นพิเศษที่ชื่อว่า รุ่น TRD Sportivo และ รุ่น Aperto พร้อมปรับลุคใหม่ของรุ่น TRD Sportivo และ รุ่น Aperto ด้วยชุดแต่งสเกิร์ต, ล้อรมดำ และเพิ่มขนาดเครื่องยนต์ใหม่เป็นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร 2,492 ซีซี ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์มือสอง รุ่นโฉมไมเนอร์เชนจ์ก็ยังมีจำหน่ายในตลาดรถยนต์มือสองอยู่นะคะ

หลังจากปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ครั้งแรกไปแล้วก็ยังมีการปรับโฉมครั้งใหญ่เป็นบิ๊กไมเนอร์เชนจ์อีกครั้งสำหรับโตโยต้าฟอร์จูนเนอร์รุ่นที่ 1 ออปชั่นหลักที่ถูกปรับเปลี่ยนไปคือ ไฟหน้าเป็นไฟซีนอนโปรเจคเตอร์ ออกแบบกระจังหน้าใหม่คล้ายคลึงกับเจ้าโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ แชมป์ ไฟท้ายคล้ายโดนัท กันชนหน้ารูปแบบใหม่ เพิ่มไฟเลี้ยวกระจกข้าง ปรับเปลี่ยนกันชนท้ายรูปแบบใหม่ เพิ่มสีตัวถังให้เลือกเป็น 2 สีได้แก่ สีขาวมุก White Pearl CS และสีเทาน้ำเงิน Dark Steel Mica ฟอร์จูนเนอร์มือสอง รุ่นโฉมไมเนอร์เชนจ์ก็ยังมีจำหน่ายในตลาดรถยนต์มือสองอยู่นะคะ

ประมาณกลางปี พ.ศ. 2555 ฟอร์จูนเนอร์ก็ได้เพิ่มออปชั่นใหม่เข้ามาโดยเริ่มจากการเพิ่มระบบเกียร์อัตโนมัติจาก 4 สปีดเป็น 5 สปีด และเพิ่มรุ่นย่อย 2.5 G ระบบเกียร์อัตโนมัติ และปรับกำลังเครื่องยนต์ 3,000 ซีซี เป็น 171 แรงม้า แต่รูปลักษณ์ภายนอกยังคงเป็นรูปแบบเดิม จนเวลาผ่านไปอีก 3 ปีทางโตโยต้าก็ได้เปิดตัว Toyota Fortuner รุ่น 2 ออกสู่ตลาดยานยนต์

ช่วงประมาณกลางปี พ.ศ. 2558 ทางบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ก็ได้จัดงานเปิดตัว All New Fortuner รุ่นที่ 2 โดยปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกค่อนข้างแตกต่างไปจากรุ่นที่ 1 มีความหรูหรา รูปลักษณ์สปอร์ตมากขึ้นทั้งภายนอกและภายใน มีการออกแบบกระจังหน้าและกันชนดีไซน์รูปแบบใหม่ ปรับเปลี่ยนไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์แบบ Bi-Beam และออปชั่นเพิ่มอีกมากมายจนถึงรุ่นปัจจุบัน

เรามาพูดถึงออปชั่น Toyota Fortuner ปี 2019 ที่มีจำหน่ายในตลาดยานยนต์ปัจจุบันกันเลยค่า ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกของเจ้าฟอร์จูนเนอร์ปี 2019 ฟอร์จูนเนอร์มือสอง ค่อนข้างจะหรูหรา ดูสปอร์ตทั้งภายนอก - ภายใน ดูทันสมัยมากกว่ารุ่นในอดีต
Toyota Fortuner ปี 2019 เปิดตัวครั้งแรกช่วงปลายปี โดยมีทั้งหมด 9 รุ่นย่อย ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 1,299,000 – 1,789,000 ล้านบาท มีสีให้เลือกทั้งหมด 7 สี คือ สี White Pearl CS, สี Super White II, สี Attitude Black Mica, สี Silver Metallic, สี Phantom Brown, สี Nebula Blue, สี Dark Grey Mica Metallic ขนาดเครื่องยนต์มีให้เลือกตั้งแต่ขนาดเครื่องยนต์ 2.4 – 2.8 ลิตร ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ

All New Toyota Fortuner 2020 เปิดตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2563 เปิดตัวมาด้วย 7 รุ่นย่อยด้วยกัน มีสีให้เลือกมากถึง 6 สีด้วยกันคือ สี Dark Grey Mica, สี Emotional Red, สี White Pearl CS, สี Silver Metallic, สี Dark Grey Metallic, สี Attitude Black Mica ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 1,349,000 – 1,839,000 ล้านบาท โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์มือสอง ออนิว 2020 ยังไม่ปรากฎราคาตลาดยานยนต์ เราไปดูสเปคของรุ่นต่าง ๆ กันค่า

รุ่นย่อยที่ 1 รุ่น 2.4 G ราคาจำหน่าย 1,349,000 ล้านบาท

ข้อมูลทางเทคนิค

ขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 2,393 ซีซี เครื่องยนต์ดีเซล ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ระบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ขนาดยาง 265/60 R18 ล้ออัลลอย

อุปกรณ์ภายนอก

กระจังหน้าสีดำเงา และโครเมียม, กันชนหน้าสีเงิน, บันไดข้างสีเงิน, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ Bi-Beam LED, ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home, ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ระบบไฟท้าย LED แบบ Light Guiding, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าสีเดียวกับตัวรถ, มือจับประตูตกแต่งด้วยโครเมียม, ระบบไฟเลี้ยวแบบ LED, ที่ปัดน้ำสามารถตั้งหน่วงเวลาได้, ที่ปัดน้ำฝนด้านท้ายรถ, ราวหลังคา, สปอยเลอร์หลัง

อุปกรณ์ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ภายในตกแต่งด้วยสีดำ, เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำ, เบาะไฟฟ้าคู่หน้าสามารถปรับระดับได้, แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์แถบสีเงิน, ช่องแอร์ปรับอากาศตกแต่งด้วยโครเมียม, พวงมาลัยสามารถปรับระดับได้ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมลายไม้ และแถบสีเงิน, จอแสดงผลการขับขี่แบบ TFT, ไฟส่องสว่างบริเวณห้องโดยสารพร้อมไฟส่วนบุคคล, กุญแจรีโมท Smart Key, ระบบ Push Start, ระบบเซ็นทรัลล็อค, สวิตช์ปรับโหมดการขับขี่แบบ Eco, ที่วางแก้วน้ำ, ที่เก็บแว่นตา, ช่องเก็บเอกสาร, ที่แขวนอเนกประสงค์, ช่องเสียบไฟกระแสตรงขนาด 12V 3 ตำแหน่ง, ช่องเสียบไฟกระแสสลับขนาด 220V 1 ตำแหน่ง

ระบบให้ความบันเทิงภายในรถ

จอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth USB, ระบบ Apple Carplay, ระบบโทรออกด้วยเสียง, ระบบ T-Connect, ลำโพง 6 ตำแหน่ง, เสาอากาศแบบ Shark Fin

ระบบความปลอดภัยของตัวรถ

ไฟ Daylight, ไฟตัดหมอกแบบ LED, ไฟตัดหมอกด้านหน้า - ด้านหลัง, ระบบไฟเบรก 3 ดวง, ระบบไล่ฝ้าบริเวณด้านหลัง, กล้องมองหลัง, เข็มขัดนิรภัย 3 จุด, ระบบเตือนการโจรกรรม, ระบบป้องกันล้อล็อค, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะขับขี่, ระบบป้องกันการล้อหมุนฟรี, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน, คานเหล็กนิรภัย, ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS

รุ่นย่อยที่ 2 รุ่น 2.4 V ราคาจำหน่าย 1,454,000 ล้านบาท

ข้อมูลทางเทคนิค

ขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 2,393 ซีซี เครื่องยนต์ดีเซล ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ระบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ขนาดยาง 265/60 R18 ล้ออัลลอย

อุปกรณ์ภายนอก

กระจังหน้าสีดำเงา และโครเมียม, กันชนหน้าสีเงิน, บันไดข้างสีเงิน, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ Bi-Beam LED, ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home, ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ระบบไฟท้าย LED แบบ Light Guiding, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าสีเดียวกับตัวรถ, มือจับประตูตกแต่งด้วยโครเมียม, ระบบไฟเลี้ยวแบบ LED, ที่ปัดน้ำสามารถตั้งหน่วงเวลาได้, ที่ปัดน้ำฝนด้านท้ายรถ, ราวหลังคา, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างระบบ Welcome Light, ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ

อุปกรณ์ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ภายในตกแต่งด้วยสีดำ, เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำ, เบาะไฟฟ้าคู่หน้าสามารถปรับระดับได้, แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์แถบสีเงิน, ช่องแอร์ปรับอากาศตกแต่งด้วยโครเมียม, พวงมาลัยสามารถปรับระดับได้ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมลายไม้ และแถบสีเงิน, จอแสดงผลการขับขี่แบบ TFT, ไฟส่องสว่างบริเวณห้องโดยสารแบบ LED พร้อมไฟส่วนบุคคล, กุญแจรีโมท Smart Key, ระบบ Push Start, ระบบเซ็นทรัลล็อค, สวิตช์ปรับโหมดการขับขี่แบบ Eco, ที่วางแก้วน้ำ, ที่เก็บแว่นตา, ช่องเก็บเอกสาร, ที่แขวนอเนกประสงค์, ช่องเสียบไฟกระแสตรงขนาด 12V 3 ตำแหน่ง, ไฟส่องสว่างบริเวณประตูทั้ง 4 บาน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ช่องเสียบไฟกระแสสลับขนาด 220V 1 ตำแหน่ง

ระบบให้ความบันเทิงภายในรถ

จอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth USB, ระบบ Apple Carplay, ระบบโทรออกด้วยเสียง, ระบบ T-Connect, ลำโพง 6 ตำแหน่ง, เสาอากาศแบบ Shark Fin

ระบบความปลอดภัยของตัวรถ

ไฟ Daylight, ไฟตัดหมอกแบบ LED, ไฟตัดหมอกด้านหน้า - ด้านหลัง, ระบบไฟเบรก 3 ดวง, ระบบไล่ฝ้าบริเวณด้านหลัง, กล้องมองหลัง, เข็มขัดนิรภัย 3 จุด, ระบบเตือนการโจรกรรม, ระบบป้องกันล้อล็อค, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะขับขี่, ระบบป้องกันการล้อหมุนฟรี, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน, คานเหล็กนิรภัย, ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS, สัญญาณเตือนกะระยะ 6 ตำแหน่ง

รุ่นย่อยที่ 3 รุ่น 2.4 V 4WD ราคาจำหน่าย 1,524,000 ล้านบาท

ข้อมูลทางเทคนิค

ขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 2,393 ซีซี เครื่องยนต์ดีเซล ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ระบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ขนาดยาง 265/60 R18 ล้ออัลลอย

อุปกรณ์ภายนอก

กระจังหน้าสีดำเงา และโครเมียม, กันชนหน้าสีเงิน, บันไดข้างสีเงิน, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ Bi-Beam LED, ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home, ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ระบบไฟท้าย LED แบบ Light Guiding, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าสีเดียวกับตัวรถ, มือจับประตูตกแต่งด้วยโครเมียม, ระบบไฟเลี้ยวแบบ LED, ที่ปัดน้ำสามารถตั้งหน่วงเวลาได้, ที่ปัดน้ำฝนด้านท้ายรถ, ราวหลังคา, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างระบบ Welcome Light, ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ

อุปกรณ์ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ภายในตกแต่งด้วยสีดำ, เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำ, เบาะไฟฟ้าคู่หน้าสามารถปรับระดับได้, แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์แถบสีเงิน, ช่องแอร์ปรับอากาศตกแต่งด้วยโครเมียม, พวงมาลัยสามารถปรับระดับได้ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมลายไม้ และแถบสีเงิน, จอแสดงผลการขับขี่แบบ TFT, ไฟส่องสว่างบริเวณห้องโดยสารแบบ LED พร้อมไฟส่วนบุคคล, กุญแจรีโมท Smart Key, ระบบ Push Start, ระบบเซ็นทรัลล็อค, สวิตช์ปรับโหมดการขับขี่แบบ Eco, ที่วางแก้วน้ำ, ที่เก็บแว่นตา, ช่องเก็บเอกสาร, ที่แขวนอเนกประสงค์, ช่องเสียบไฟกระแสตรงขนาด 12V 3 ตำแหน่ง, ไฟส่องสว่างบริเวณประตูทั้ง 4 บาน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, ช่องเสียบไฟกระแสสลับขนาด 220V 1 ตำแหน่ง

ระบบให้ความบันเทิงภายในรถ

จอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth USB, ระบบ Apple Carplay, ระบบโทรออกด้วยเสียง, ระบบ T-Connect, ลำโพง 6 ตำแหน่ง, เสาอากาศแบบ Shark Fin

ระบบความปลอดภัยของตัวรถ

ไฟ Daylight, ไฟตัดหมอกแบบ LED, ไฟตัดหมอกด้านหน้า - ด้านหลัง, ระบบไฟเบรก 3 ดวง, ระบบไล่ฝ้าบริเวณด้านหลัง, กล้องมองหลัง, เข็มขัดนิรภัย 3 จุด, ระบบเตือนการโจรกรรม, ระบบป้องกันล้อล็อค, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะขับขี่, ระบบป้องกันการล้อหมุนฟรีแบบ A-TRC, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน, คานเหล็กนิรภัย, ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS, สัญญาณเตือนกะระยะ 6 ตำแหน่ง, ระบบควบคุมความเร็วขณะขับขี่บนทางลาดชัน, ระบบควบคุมเฟืองท้าย

รุ่นย่อยที่ 4 รุ่น 2.4 Legender ราคาจำหน่าย 1,564,000 ล้านบาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท

ข้อมูลทางเทคนิค

ขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 2,393 ซีซี เครื่องยนต์ดีเซล ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ระบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ขนาดยาง 265/50 R20 ล้ออัลลอย

อุปกรณ์ภายนอก

กระจังหน้าสีดำเงา, กันชนหน้าสีเงิน, บันไดข้างสีดำ, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED Dual Projector, ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home, ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ระบบไฟท้าย LED แบบ Light Guiding, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าสีดำ, มือจับประตูตกแต่งด้วยโครเมียม, ระบบไฟเลี้ยวแบบ LED แบบ Sequential, ที่ปัดน้ำสามารถตั้งหน่วงเวลาได้, ที่ปัดน้ำฝนด้านท้ายรถ, ราวหลังคา, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างระบบ Welcome Light, ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ

อุปกรณ์ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ภายในตกแต่งด้วยสีดำ, เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง, เบาะไฟฟ้าคู่หน้าสามารถปรับระดับได้, แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์แถบสีเงิน, ช่องแอร์ปรับอากาศตกแต่งด้วยโครเมียม, พวงมาลัยสามารถปรับระดับได้ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมลายไม้ และแถบสีเงิน, จอแสดงผลการขับขี่แบบ TFT, กุญแจรีโมท Smart Key ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender, ระบบ Push Start, ระบบเซ็นทรัลล็อค, สวิตช์ปรับโหมดการขับขี่แบบ Eco, ที่วางแก้วน้ำ, ที่เก็บแว่นตา, ช่องเก็บเอกสาร, ที่แขวนอเนกประสงค์, ช่องเสียบไฟกระแสตรงขนาด 12V 2 ตำแหน่ง, ช่องเสียบไฟกระแสสลับขนาด 220V 1 ตำแหน่ง, ไฟส่องสว่างบริเวณประตูทั้ง 4 บาน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, มาตรวัดเรืองแสงดีไซน์เฉพาะ Legender

ระบบให้ความบันเทิงภายในรถ

จอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth USB, ระบบ Apple Carplay, ระบบโทรออกด้วยเสียง, ระบบ T-Connect, ลำโพง 6 ตำแหน่ง, เสาอากาศแบบ Shark Fin

ระบบความปลอดภัยของตัวรถ

ไฟ Daylight แบบ Light Guiding ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender, ไฟตัดหมอกแบบ LED, ไฟตัดหมอกด้านหน้า - ด้านหลัง, ระบบไฟเบรก 3 ดวง, ระบบไล่ฝ้าบริเวณด้านหลัง, กล้องมองรอบคัน, เข็มขัดนิรภัย 3 จุด, ระบบเตือนการโจรกรรม, ระบบป้องกันล้อล็อค, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะขับขี่, ระบบป้องกันการล้อหมุนฟรี, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน, คานเหล็กนิรภัย, ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS, สัญญาณเตือนกะระยะ 6 ตำแหน่ง

ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

ชุดเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activated, ปลายท่อไอเสียสแตนเลส, พรมรองพื้นบริเวณห้องโดยสารเฉพาะ Legender, อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)

รุ่นย่อยที่ 5 รุ่น 2.4 Legender 4WD ราคาจำหน่าย 1,634,000 ล้านบาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท

ข้อมูลทางเทคนิค

ขนาดเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร 2,393 ซีซี เครื่องยนต์ดีเซล ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ระบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ขนาดยาง 265/50 R20 ล้ออัลลอย

อุปกรณ์ภายนอก

กระจังหน้าสีดำเงา, กันชนหน้าสีเงิน, บันไดข้างสีดำ, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED Dual Projector, ระบบควบคุมการเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home, ระบบไฟหน้าปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ, ระบบไฟท้าย LED แบบ Light Guiding, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าสีดำ, มือจับประตูตกแต่งด้วยโครเมียม, ระบบไฟเลี้ยวแบบ LED แบบ Sequential, ที่ปัดน้ำสามารถตั้งหน่วงเวลาได้, ที่ปัดน้ำฝนด้านท้ายรถ, ราวหลังคา, สปอยเลอร์หลัง, กระจกมองข้างระบบ Welcome Light, ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ

อุปกรณ์ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ภายในตกแต่งด้วยสีดำ, เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง, เบาะไฟฟ้าคู่หน้าสามารถปรับระดับได้, แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์แถบสีเงิน, ช่องแอร์ปรับอากาศตกแต่งด้วยโครเมียม, พวงมาลัยสามารถปรับระดับได้ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมลายไม้ และแถบสีเงิน, จอแสดงผลการขับขี่แบบ TFT, กุญแจรีโมท Smart Key ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender, ระบบ Push Start, ระบบเซ็นทรัลล็อค, สวิตช์ปรับโหมดการขับขี่แบบ Eco, ที่วางแก้วน้ำ, ที่เก็บแว่นตา, ช่องเก็บเอกสาร, ที่แขวนอเนกประสงค์, ช่องเสียบไฟกระแสตรงขนาด 12V 2 ตำแหน่ง, ช่องเสียบไฟกระแสสลับขนาด 220V 1 ตำแหน่ง, ไฟส่องสว่างบริเวณประตูทั้ง 4 บาน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, มาตรวัดเรืองแสงดีไซน์เฉพาะ Legender

ระบบให้ความบันเทิงภายในรถ

จอระบบสัมผัสขนาด 9 นิ้ว, รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth USB, ระบบ Apple Carplay, ระบบโทรออกด้วยเสียง, ระบบ T-Connect, ลำโพง 6 ตำแหน่ง, เสาอากาศแบบ Shark Fin

ระบบความปลอดภัยของตัวรถ

ไฟ Daylight แบบ Light Guiding ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender, ไฟตัดหมอกแบบ LED, ไฟตัดหมอกด้านหน้า - ด้านหลัง, ระบบไฟเบรก 3 ดวง, ระบบไล่ฝ้าบริเวณด้านหลัง, กล้องมองรอบคัน, เข็มขัดนิรภัย 3 จุด, ระบบเตือนการโจรกรรม, ระบบป้องกันล้อล็อค, ระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะขับขี่, ระบบป้องกันการล้อหมุนฟรีแบบ A-TRC, ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน, คานเหล็กนิรภัย, ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS, สัญญาณเตือนกะระยะ 6 ตำแหน่ง, ระบบควบคุมความเร็วขณะขับขี่อยู่บนทางลาดชัน, ระบบควบคุมเฟืองท้าย

ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

ชุดเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activated, ปลายท่อไอเสียสแตนเลส, พรมรองพื้นบริเวณห้องโดยสารเฉพาะ Legender, อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)

รุ่นย่อยที่ 6 รุ่น 2.8 Legender ราคาจำหน่าย 1,769,000 ล้านบาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท

ข้อมูลทางเทคนิค

ขนาดเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 2,755 ซีซี เครื่องยนต์ดีเซล ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ระบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ขนาดยาง 265/50 R20 ล้ออัลลอย

อุปกรณ์ภายนอก

กระจังหน้าสีดำเงา, ชุดแต่งกันชนหน้าสีเงิน, บันไดข้างสีดำ, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED Dual Projector, ระบบควบคุมการเปิด – ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home, ระบบปรับไฟหน้าแบบอัตโนมัติ, ไฟท้ายแบบ LED แบบ Light Guiding, ระบบไฟเลี้ยวหน้า - หลัง LED แบบ Sequential, กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าสีดำ, กระจกมองข้างระบบ Welcome Light, มือจับประตูตกแต่งด้วยโครเมียม, ประตูท้ายปิด - เปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ, ราวหลังคา, สปอยเลอร์ด้านหลัง, ที่ปัดน้ำฝนแบบสามารถตั้งหน่วงเวลาได้, ที่ปัดน้ำฝนบริเวณด้านท้าย

อุปกรณ์ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ภายในตัวรถออกแบบด้วยสีดำ, เบาะหนังและหนังสังเคราะห์ออกแบบด้วยสีดำสลับแดง, แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยแถบสีเงิน บุหนังสังเคราะห์สีดำสลับแดง, ช่องปรับอากาศบริเวณด้านหน้าตกแต่งด้วยแถบสีเงินและโครเมียม, มือจับเปิดประตูบริเวณด้านในตกแต่งด้วยโครเมียม, พวงมาลัยสามารถปรับระดับได้, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, จอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT, ไฟส่องสว่างบริเวณประตูทั้ง 4 บาน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมระบบ Dynamis Rader Cruise Control, กระจกมองหลังสามารถปรับลดแสงสะท้อนได้อัตโนมัติ, กุญแจรีโมทแบบ Smart Key ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender, ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบ Push Start, ระบบเซ็นทรัลล็อคแบบ Speed Auto Lock, สามารถปรับเลือกโหมดการขับขี่เป็น Eco โหมดได้, ช่องเก็บของสามารถวางขวดน้ำได้, ที่เก็บแว่นตา, ช่องเก็บเอกสาร, ที่แขวนอเนกประสงค์, ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC220V 1 ตำแหน่ง, ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสตรง DC12V 2 ตำแหน่ง

ระบบให้ความบันเทิงภายในรถ

จอสัมผัสขนาด 9 นิ้วรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth USB, ระบบ Apple Carplay, ระบบโทรออกด้วยเสียง, ระบบ T-Connect, ลำโพง 9 ตำแหน่งลำโพงทั้งหมด 11 ดอก รวม Sub-Woofer, เสาอากาศแบบ Shark Fin, ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL

ระบบความปลอดภัยของตัวรถ

ไฟ Daylight LED แบบ Light Guiding ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender, ไฟตัดหมอกหน้า – หลัง LED, ระบบไฟเบรก 3 ดวง, ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง, กล้องมองรอบคันพร้อมมุมมองแบบ 3D View, สัญญาณเตือนกะระยะ 6 ตำแหน่ง, เข็มขัดนิรภัย 3 จุดทุกที่นั่ง, ระบบเตือนการโจรกรรมและ Immobilizer, ระบบป้องกันล้อล็อค ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ TRC, คานเหล็กนิรภัย, ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS, ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS, ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมเบลรกหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA

ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

ชุดเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activated, ปลายท่อไอเสียสแตนเลส, พรมรองพื้นบริเวณห้องโดยสารเฉพาะ Legender, อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)

รุ่นย่อยที่ 7 รุ่น 2.8 Legender 4WD ราคาจำหน่าย 1,839,000 ล้านบาท ราคาอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 7,000 บาท

ข้อมูลทางเทคนิค

ขนาดเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร 2,755 ซีซี เครื่องยนต์ดีเซล ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร ระบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ขนาดยาง 265/50 R20 ล้ออัลลอย

อุปกรณ์ภายนอก

กระจังหน้าออกแบบด้วยสีดำเงา, ชุดแต่งกันชนหน้าสีเงิน, บันไดข้างออกแบบด้วยสีดำ, ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED Dual Projector, ระบบควบคุมการเปิด – ปิดไฟหน้าอัตโนมัติพร้อมระบบ Follow-me-home, ระบบปรับไฟหน้าอัตโนมัติ, ไฟท้าย LED แบบ Light Guiding, ไฟเลี้ยวหน้า – หลัง LED แบบ Sequential, ไฟเลี้ยวกระจกมองข้างสามารถปรับไฟฟ้าได้พร้อมออกแบบด้วยสีดำ, กระจกมองข้างระบบ Welcome Light, มือจับประตูตกแต่งด้วยโครเมียม, ประตูท้ายสามารถเปิด - ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ, ราวหลังคา, สปอยเลอร์ด้านหลัง, ที่ปัดน้ำฝนสามารถปรับตั้งหน่วงเวลาได้

อุปกรณ์ภายใน และอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

ภายในตัวรถออกแบบด้วยสีดำ, เบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำสลับขาว, แผงคอนโซลหน้าตกแต่งด้วยแถบสีเงิน บุหนังสังเคราะห์สีดำสลับขาว, ช่องแอร์ปรับอากาศด้านหน้าตกแต่งด้วยแถบสีเงิน และโครเมียม, แผงข้างประตูตกแต่งด้วยแถบสีเงิน บุหนังสังเคราะห์สีดำสลับขาว, แผงควบคุมข้างประตูออกแบบด้วยสีดำเมทัลลิก, มือจับประตูด้านในออกแบบด้วยโครเมียม, มือจับ 8 ตำแหน่ง, พวงมาลัยสามารถปรับระดับได้, วัสดุหุ้มพวงมาลัยออกแบบด้วยหนังแบบ Soft Touch เดินด้ายสีเทาพร้อมลายไม้แบบ Galaxy Black และแถบสีเงิน, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ TFT, ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารบริเวณแผงคอนโซลหน้า แผงข้างประตู และที่วางเท้าแถวที่ 1, ไฟส่องสว่างบริเวณบริเวณประตูทั้ง 4 บาน, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, กระจกมองหลังแบบลดแสงสะท้อนแบบอัตโนมัติ, กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบป้องกันการหนีบ, กุญแจรีโมท Smart Key ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender, ระบบ Push Start, ระบบเซ็นทรัลล็อค, สวิตซ์เลือกโหมดการขับขี่ Eco, ระบบแอร์ประบอากาศอัตโนมัติ, ช่องเก็บของ, ที่วางแก้ว, ที่แขวนอเนกประสงค์, ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระเสตรง DC12V 2 ตำแหน่ง, ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC220V 1 ตำแหน่ง

ระบบให้ความบันเทิงภายในรถ

จอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth USB, ระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay, ระบบโทรออกด้วยเสียง, ระบบ T-Connect, ลำโพง 9 ตำแหน่งทั้งหมด 11 ดอกรวม Sub-Woofer, เสาอากาศแบบ Shark Fin, ชุดเครื่องเสียง Premium Audio พาวเวอร์แอมป์ และลำโพง JBL

ระบบความปลอดภัยของตัวรถ

ไฟ Daylight LED แบบ Light Guiding ดีไซน์เฉพาะรุ่น Legender, ไฟตัดหมอกหน้า – หลัง LED, ระบบไฟเบรก 3 ดวง, ระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง, กล้องมองรอบคันพร้อมมุมมองแบบ 3D View, สัญญาณเตือนกะระยะ 6 ตำแหน่ง, เข็มขัดนิรภัย 3 จุดทุกที่นั่ง, ระบบเตือนการโจรกรรมและ Immobilizer, ระบบป้องกันล้อล็อค ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบเสริมแรงเบรก BA, ระบบควบคุมการทรงตัว VSC, ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบ A-TRC, ระบบควบคุมความเร็วขณะขับขี่บนทางลาดชัน, ระบบควบคุมเฟืองท้าย, คานเหล็กนิรภัย, โครงสร้างตัวถังนิรภัย, ถุงลมเสริมความปลอดภัย SRS, ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS, ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลน พร้อมเบลรกหน่วงกลับอัตโนมัติ LDA

ชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

ชุดเซ็นเซอร์เปิดฝาท้ายไฟฟ้าแบบ Kick Activated, ปลายท่อไอเสียสแตนเลส, พรมรองพื้นบริเวณห้องโดยสารเฉพาะ Legender, อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)

จุดเด่นของ Toyota Fortuner 

  • จุดเด่นที่เห็นได้ชัดของ Fortuner ฟอร์จูนเนอร์มือสอง คือเรื่องความปลอดภัย และอุปกรณ์ระบบความปลอดภัยพื้นฐานที่ครบครันมาก
  • Fortuner มือสอง รูปลักษณ์ภายนอก – ภายในที่แตกต่างออกไปจากเดิมมีความสปอร์ต ทันสมัยมากขึ้นกว่ารถครอบครัวรุ่นอดีต
  • อุปกรณ์อำนวยความสะดวก ฟอร์จูนเนอร์มือสอง ค่อนข้างเยอะ ระบบภายในส่วนใหญ่จะสามารถปรับได้อัตโนมัติ
  • ภายในห้องโดยสาร ฟอร์จูนเนอร์มือสอง ค่อนข้างกว้างนั่งได้สบาย สามารถเดินทางได้สะดวก จำนวนคนเยอะ ห้องเก็บสัมภาระก็สามารถใส่ของได้เยอะจุใจ

ชมรถมือสองสวยๆ คัดเกรด A++ คลิ๊กที่รูปเลย..

รถกระบะมือสอง สภาพนางฟ้า

รถเก๋งมือสอง คัดเกรด A++

รถ SUV มือสองเกรด A++

รถตู้มือสองคัดสวยเกรดนางฟ้า

ค้นหารถมือสอง คัดสวยๆ เกรด A++

ลองพิมพ์ คำค้นหา เช่น   วีออส | ซีวิค | วีโก้   เป็นต้น 

รถมือสองคัดสวย ๆ เกรดA++